MAZE RUNNER THE DEATH CURE รีวิว หนังดีที่ควรดู

MAZE

เพิ่งเข้าโรงกันไปไม่นาน กับ maze runner 3 ในชื่อตอน MAZE RUNNER THE DEATH CURE บอกเลยว่ามีความน่าดูอย่างมาก เพราะว่าติดตามาตั้งแต่ 2 ภาคแรก ในภาคนี้จะครบรสที่สุด มีดราม่า แอคชั่นจัดเต็ม แรกได้ว่าครบองค์ประกอบ รับรองว่าคุ้มค่าตั๋วแน่นอน

maze runner ถูกสร้างมาจากหนังสือที่มีทั้งหมด 5 เล่ม ที่เอามาทำเป็นมีแค่ 3 เล่มเท่านั้นได้แก่

The maze runner วงกตมฤตยู

Scorch Trials สรภูมิมอดไหม้

The death cure ไข้มรณะ

เรื่องราวใน The death cure ไข้มรณะ ภาคสุดท้ายนี้จะดำเนินเรื่องต่อจากภาคสอง เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปดู 2 ภาคแรกมาก่อนจะได้สนุกสนาน เดี๋ยวจะงง และเข้าไม่ถึง ดำเนินเรื่องต่อจากที่ เทเรซ่า ได้หักหลังโทมัส ทำให้ มินโฮ โดนองค์กรวิเคสต์ จับตัว และ โทมัส นิว และกับพวกเพื่อนๆ ที่เหลือจึงต้องไปช่วย มินโฮ กลับมา

การเดินทางในครั้งจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว เพราะว่าพวกเขาได้พบกับเมืองที่มีกำเเพงสุดยิ่งใหญ่ กำแพงนี้ถูกสร้างรอบเมืองเอาไว้เพื่อป้องกันอันตรายจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือพวกเเครงส์ และยังเป็นเเหล่งกบดันที่สุดท้ายของพวกวิเคสต์

The death cure ไข้มรณะ ยังคงใช้ Was Ball ผู้กำกับคนเดิม ทำให้หนังดำเนินเรื่องได้ไหลลื่น จบได้สวยงามไม่เหมือนหลายเรื่องที่จากหนังสือแล้วออกมาวอดวาย ดดยรวมแล้วถือว่าดูสนุกมีจุดที่อืดๆ น้อยมาก น่าติดตาม และมีหนังแอ็คชั่นมากกว่าในสองภาค ส่วนงานดราม่าก็จัดหนัก แต่ว่าไม่อยากจะเล่า เพราะว่าถ้าเล่าออกไปต้องกลายเป็นสปอย์แน่นอน นักแสดงแต่ละคนก็เล่นได้ดีเอาอยู่ อาจเพราะว่าทำงานด้วยกันมานาน ทีมงานแทบไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลย โดยรวมเรื่องภาพ และ CG ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว อารมณ์ของภาคนี้จะเน้นแอคชั่นเยอะหน่อย จริงๆ ทั้ง 3 ภาคให้ความรู้สึกที่ต่างกันเลยนะ อย่างภาคแรก ก็จะแนวปริศนาเขาวงกต ภาคสองจะแนวซอมบี้ ภาคนี้แนวระเบิดภูเขาเผากระท่อม

ถือว่าทำได้ในระดับทีไม่เสียดายเงิน ก็ดูกันมาตั้ง 2 ภาคแล้ว ก็ดูให้จบๆไปเลยแล้วกัน ส่วนใครที่ลืมเนื้อหากันไปแล้วก็ไปตามดูภาค 1 กับ 2 อีกรอบ แล้วค่อยไปดูภาค 3 ก็ได้ มันจะได้ฟิลมากขึ้น ก็ไม่อะไรมากแล้วสุดท้ายก็อยากแนะนำว่านี่คือหนังแนวตลาดอีกเรื่องที่คุ้มเงิน คุ้มเวลา ถ้าว่างๆ ไม่มีอะไรก็ไปดูกันได้ ด้านความบันเทิงผมว่าเรื่องให้แบบจัดเต็ม

justice league 3 ฮีโร่ที่เพิ่มเข้ามาใหม่

justice

อควาแมน หรือ อาเธอร์ เคอร์รี (เจสัน โมมัว)

เราจะกลับมาเล่าถึงเรื่องราวของ อควาแมน ก่อนที่แบทแมนจะไปชวนเข้าทีม เริ่มต้นจากราชินีแอตแลนนาที่ถูกเนรเทศออกมาจากแอตแลนติส ได้ไปมีความรักกับทหารเรือ จนให้กำเนิด อาเธอร์ หลังจากคลอดแล้ว 1 ปี เธอก็หายตัวไปทิ้ง อาเธอร์ เอาไว้อยู่กับพ่อสองคน นานวันเข้า อาเธอร์เริ่มรู้ว่าตนเองมีพลังพิเศษ พ่อของจึงให้ สตีเฟน ฉิน มาช่วยสอนควบคุมพลัง เพราะว่า สตีเฟน ฉิน ศึกษาเกี่ยวกับตำนานปรัมปราของทวีปแอตแลนติส แต่เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะว่า สตีเฟน ฉิน คิดไม่ซื่อ เขากับ นักล่าสมบัติ Black Manta พยายามจะเปิดเผยตัว อาเธอร์ ให้โลกได้รับรู้ทำให้สองพ่อลูกต้องหลบหนี จนในที่สุดพ่อของอาเธอร์ก็ต้องเสียชีวิต นั่นทำให้ อาเธอร์ เริ่มออกตามล้างแค้น และมีปมในใจไม่ชอบมนุษย์ทุกคน หลังจากล้างแค้นสำเร็จเขาเลยกลับที่แอตแลนติส และเริ่มฝึกความสามารถของตนเอง จนสามารถพูดสื่อสารกับสัตว์น้ำได้ทุกชนิด และมีตรีศูลที่สร้างคลื่นยักษ์ ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับโลก จนในทื่สุดแบทแมนก็ไปตามมารวมทีม ในภาพยนตร์ อาเธอร์ จะมีอารมณ์ขัน และเท่ๆ หน่อยๆ

ไซบอร์ก หรือ วิกเตอร์ สโตน (เรย์ ฟิชเชอร์)

เขาเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่เก่งมาก และถือว่ากำลังดาวรุ่งมาแรง แต่ว่าพวกดาร์กไซด์จู่โจม ทำให้แม่ของเขาตาย และเขาอยู่ในสภาพโคม่า พ่อของเขาเป็นนักวิทยาศาสตราจึงหาทางช่วยโดยการปรับแต่งอวัยวะทำให้เขากลายเป็น Meta Human เขาจึงได้ร่างกายใหม่เป็นจักรกล อารมณ์จะคล้ายๆ ไอรอนแมนนั่นแหละ เขาสามารถเชื่อต่อตัวเองกับเครื่องจักร ควบคุม และสั่งการพวกมันได้ทุกอย่าง และมีปืนโซนิกที่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งมีอนุภาคทำลายล้างที่สูงมาก เป็นรองน่าจะแค่ วันเดอร์ วูแมน เพียงคนเดียว หรืออาจจะเป็นรองซุปเปอร์แมนอีกคน

เดอะ แฟลช หรือ แบร์รี อัลเลน (เอซรา มิลเลอร์)

จริงๆ เราได้เห็นจากซีรีย์มาเยอะมาก เขาโดนฟ้าผ่าจนทำให้มีพลังความเร็ว Speed Force เขาชอบอ่านการ์ตูนที่มีตัวเอกพิทักษ์คุณธรรม และมีความเร็วเหมือนกัน เขาเลยทำตามตัวการ์ตูนที่เขาชอบโดยคอยช่วยเหลือคน แต่ไม่แสดงตัว มีความเร็วขนาดว่าสามารถวิ่งย้อนไปในอดีต หรือข้ามไปอนาคตได้ ในคอมิคเขาใช้ความเร็วสร้างข้อได้เปรียบหลายอย่าง เช่นการอ่านหนังสือ ทำให้เขาอ่านได้ไวมาก และมีความฉลาดมาก หรือการหมุนแขนเพื่อให้เกิดพลังทำลายล้างที่สูงมาก

กลุ่ม ISIS การปกครองโดยผู้นำความรุนแรง

movie

หลายๆ คนคงเคยได้ยินกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธไอเอส หรือไอซิสมามากต่อมากแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงตัวหลักของกลุ่มนี้กัน ซึ่งหมายถึงผู้ปกครองของกลุ่มไอซิสนั่นเอง แต่ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่ากลุ่ม ไอซิส มีที่มาอย่างไร ย้อนกลับไปในปี 2549 จะมีกลุ่มอัลกออิดะห์ในอิรัก ที่อยู่ภายใต้การปกครองของ อาบู โอมาร์ อัล-บัคดาดีโดยกลุ่มนี้มีจุดมุ่งหมายหลักๆ คือ การรวมตัวกันทำสงครามต่อต้านชาวมุสลิมชีอะห์เข้าด้วยกัน โดยพวกเขาสามารถที่จะระเบิดมัสยิดอัล-อัสกอรี ที่อยู่ในเมืองชื่อว่าซามาร์ราได้ ซึ่งการกระทำครั้งนี้ก็ถือว่าพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างที่มุ่งหวังกันเอาไว้ แต่พวกเขาเองก็เสวยความสุขได้ไม่นาน อัล-ซาคาวี ผู้ซึ่งเป็นผู้นำของพวกเขานั้นได้ถูกสังหาร โดยกองกำลังของสหรัฐฯ จนทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เกิดอ่อนกำลังลง เนื่องมาจากขาดผู้นำ อีกทั้งยังมีความแตกร้าวกันในกลุ่มร่วมด้วย

หลังจากที่เหตุการณ์ดูเหมือนว่าจะเริ่มสงบลงแล้ว สหรัฐฯก็ตัดสินใจที่จะถอยกลับคืนพร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทหารของอิรักไปด้วย จนกระทั่งประเทศอิรักขาดแคลนในด้านของกองกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ทำให้ในเวลาอีกไม่นานกลุ่มอัลกออิดะห์ก็ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า ISI ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า กลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก หลังจากนั้นไม่นานก็มีการเพิ่มซีเรีย เข้ามาด้วย โดยลึกๆแล้ว การที่ชาวไอซิสได้ปลุกระดมคนขึ้นมาได้ ก็เพราะว่าเขาเห็นจุดอ่อนของชาวมุสลิมสุหนี่ ที่เกรงกลัวที่ตนจะถูกกดดันจากรัฐบาลของนาย นูริ อัล-มาลิกิ ที่เขาเป็นมุสลิมชีอะห์ และด้วยเหตุผลอีกหลายประการ

ในส่วนของผู้นำของกลุ่มไอซิส ตอนแรกกลุ่มไอซิสมีผู้นำเดิมชื่อว่า อาบู โอมาร์ อัล-บัคดาดี อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่าเขาได้ถูกกองกำลังของสหรัฐฯ สังหาร หลังจากนั้นตอนที่กลุ่มอัลกออิดะห์ อ่อนแอลง ก็ได้มีการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ขึ้นมาชื่อว่านาย อาบู บัค อัล-บัคดาดี โดยการแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 ตอนนั้นเขามีอายุ 39 ปี โดยชายคนนี้ศึกษาจบมาจากมหาวิทยาลัยในประเทศอิรัก แถมยังเคยสร้างกองกำลังของตัวเองขึ้นมาด้วย ในเมืองที่มีชื่อว่า ซามาร์ราและดิยาลา หลังจากนั้นชายคนนี้ก็ถูกจับคุมโดยทหารอเมริกัน ณ เมืองบุคคา นานกว่า 4 ปี แล้วก็ถูกปล่อยตัวออกมาในปี 2552 ซึ่งหลังจากที่เขาออกมาจากคุกนั่นเองปีต่อมาเขาก็ได้เข้ามาเป็นผู้นำ ซึ่งถือว่าเขาเป็นคนที่มีความคิดหัวรุนแรงพอสมควร อาจจะเนื่องจากที่เขาเคยถูกจับกุมโดยทหารอเมริกันก็เป็นได้ เขาจึงสามารถที่จะปลุกระดมกลุ่มไอซิสให้ขึ้นมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

ดื่มโลหิต กรีดร่างกับ In My Skin หนังที่ชวนหลอน

In-My-Skin-1

หนังสยองขวัญของเราวันนี้เราขอลัดฟ้าไปดูหนังโรคจิตแบบสุดจากประเทศฝรั่งเศสที่เข้าฉายเมื่อประมาณปี 2002 โน่นเลย ถึงแม้ว่าจะนานมาแล้ว แต่ความหลอนของหนังเรื่องนี้ยังไม่ลดลงเลย เรียกได้ว่าขึ้นหิ้งอีกเรื่องหนึ่งก็คงจะไม่ผิดนัก ในเรื่อง In My Skin

เรื่องย่อของหนังเรื่องนี้

เรื่องราวความโรคจิตสุดวิปลาสครั้งนี้ เกิดขึ้นกับสาววัยทำงานที่ชื่อว่า เอสแตร์ เธอคือหญิงสาวสมัยใหม่ที่เพียบพร้อมและน่าอิจฉาต่อคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการงานที่ก้าวหน้า เงินทองมีใช้ไม่ขาดมือ และคนรักรูปงามที่เอาใจใส่เป็นอย่างดี เรื่องราวมันเกิดขึ้นตอนที่เธอไปกินเลี้ยงสังสรรค์ในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่งคืนนั้นเธอเดินไม่ระวังทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นแผลที่ขา น่าแปลกที่เธอไม่รู้สึกเจ็บที่แผลนั่นเลย แต่กลับรู้สึกมีความสุข คลั่งไคล้ บาดแผลนั้นแทน ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ชื่นชอบการทำร้ายตัวเองขึ้นเรื่อย จนสุดท้ายถึงขึ้นแล่เนื้อขึ้นมากิด กัดแขนเพื่อดื่มเลือดกันเลยทีเดียว

แสดงนำ กำกับเอง นั้นก็คือหนังเรื่อง In My Skin

หนังเรื่องนี้แม้จะบอกว่าเป็นหนังขึ้นหิ่งอีกเรื่อง แต่รู้ไหมว่า เป็นหนังที่ผู้กำกับอย่าง มารินา เดอ วอง กำกับอย่างเป็นทางการเรื่องแรก ยังไม่พอเธอยังทำหน้าที่เขียนบทเอง แสดงนำเอง พูดง่ายๆว่าเขียนบทเอง เล่นเอง กำกับเองว่างั้น แล้วต้องบอกเลยว่าสีหน้า ท่าทางที่เธอแสดงออกมานั้น เข้าถึงบทบาทเป็นอย่างมาก หน้าตาเธอดูโรคจิตโคตรๆเลย ยิ่งตอนที่กรีดตัวเองแล้วทำหน้ามีความสุขเหมือนขึ้นสวรรค์เนี่ย เป็นอะไรที่สุดติ่งจริงๆเลย

ความสยองในรูปแบบที่แตกต่างชวนขนลุก

ความสยองของเรื่องนี้ต้องถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เคยดูมามากเลย โดยเฉพาะเรื่องของการเหยื่อที่ปกติ จะมีฝ่ายกระทำ และผู้ถูกกระทำอยู่ตรงข้ามกัน แต่คราวนี้อยู่ในคนเดียวกันเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ มันเลยทำให้เรารู้สึกสงสัยได้ตลอดเวลาในขณะที่ดูว่า ตัวเอกของเรื่องจะ ทรมาน ตัวเองยังไง แล้วไม่เจ็บหรือ หนังอาจจะไม่ได้แหวะมาก แต่มันก็ได้อีกฟิลลิ่งหนึ่งนะ

โรคจิตแบบทำร้ายตัวเองซึ่งทำให้ไม่เหมือนหนังเรื่องไหน

อาการโรคจิตชอบทำร้ายตัวเองโดยปกติทั่วไปเราอาจจะเคยเห็นมาบ้างเวลาคนที่โกรธ หรือ เสียใจ อาจจะชกตัวเอง ตบหน้าตัวเอง หรือชกกำแพง เพื่อระบายอารมณ์นั้นออกมา แต่ในหนังเรื่องนี้มันคนละระดับเลย ความรู้สึกเวลาที่ทำร้ายตัวเองนั้น มันเหมือนเป็นการสร้างความสุขให้กับตัวเอง ยิ่งเวลาที่อยู่ในที่สาธารณะนะยิ่งไปกันใหญ่เลย น่าเสียดายว่าในหนังไม่ได้บอกว่าเพราะอะไรเธอถึงเป็นแล้วสุดท้ายเธอจะหายไหม อันนี้หนังไม่ได้บอก แต่ที่เราบอกได้คือว่า ใครที่ชอบความสยองบอกเลยเรื่องนี้จัดให้ได้ ตั้งจิตให้พร้อมก็แล้วกัน

Inside เชือดทะลุครรภ์ ทั้งเชือด และเฉือน

inside.1

หนังสยองขวัญ หนังฆาตกรรมส่วนใหญ่ เรามักจะไม่ค่อยเห็นเหยื่ออยู่ในสถานะตั้งครรภ์สักเท่าไร เข้าใจว่ามันจะดูโหดร้ายและโรคจิตเกินไปหน่อย หากท้องแล้วยังต้องมาเจอเรื่องบีบคั้นและอันตรายเข้าไปอีก แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ Inside เชือดทะลุครรภ์ หนังเชือด เฉือน เกี่ยวกับสตรีมีครรภ์

เรื่องราวความหลอน ความน่ากลัว ครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้หญิงตั้งท้องคนหนึ่งต้องประสบอุบัติเหตุรถชนกัน โชคดีที่เธอกับลูกในท้องไม่เป็นอะไร แต่โชคร้ายคือสามีของเธอเสียชีวิตคาที่ จากอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เธอต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลสักระยะ แต่พอเธอออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปอยู่ที่บ้าน เธอเริ่มรู้สึกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งติดตามเธออยู่ และนั่นเป็นที่มาของการล้างแค้นและฆาตกรรมสุดสะพรึงของเรื่อง

ความหวีดสยองของหนังเรื่องนี้มีอะไรบ้าง

ความแหวะ ความน่ากลัว ความสยองของเรื่องนี้คงต้องเป็นเรื่องของการที่สตรีมีครรภ์ท้องแก่ใกล้คลอด จะต้องมากระเสือกกระสนวิ่งหนีตายจากการตามล่าของฆาตกรโรคจิต ที่มีความแค้นบางอย่าง แน่นอนว่าสถานการณ์แค่นี้ก็สิ้นหวังพอแล้ว แต่หนังยังมีการเล่นฉากฆ่ากัน ฉากทำร้ายกันแบบเลือดสาดกระจายเลย ไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกของเราถูกมือตรึงมือกับผนังด้วยกรรไกร ฉากคนร้ายไล่ฆ่าตำรวจที่มาช่วยนางเอก (กระซวกท้องด้วยกรรไกร กับ ปักศรีษะด้วยกรรไกร) เป็นต้น ยังไม่นับฉากสุดท้ายที่นางเอกจะต้องคลอดลูกแบบหลอนติดตาสุดๆแถมตอนคลอดยังเป็นการเฉลยปมของหนังอีกด้วย

พล็อตไม่มีอะไร แต่รายละเอียดมีเพียบจึงทำให้หนังสมจริงมากๆ

หนังเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นหนังสยองขวัญ ฆาตกรรม ที่พล็อตไม่มีอะไรเลย แถมฉากก็วนเวียนอยู่แค่บ้านของนางเอกเกือบทั้งเรื่อง กลับเป็นรายละเอียดของเรื่องที่ใส่ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ตัดไปถึงสภาพของทารกในครรภ์เป็นระยะว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง เช่นเลือด น้ำคร่ำ การกระแทก ที่ทำให้เกิดอันตรายต่อพวกเค้าทั้งนั้น เป็นต้น รวมถึงรายละเอียดของตัวละครที่มาเฉลยตอนหลังว่าทำไมถึงต้องมาจองล้าง จองผลาญ นางเอกของเราเหลือเกิน

ความโรคจิตจากความสูญเสียทำให้เข้าถึงอารมณ์มากที่สุด

ความโรคจิตของหนังเรื่องนี้ เกิดจากความเศร้าในการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก ในที่นี้ก็คือ ลูกในท้อง ที่ถือว่าเป็นแก้วตาดวงใจของแม่ทุกคน เหมือนกับประโยคเปิดเรื่องที่พูดว่า ลูกของฉัน ทารกของฉัน ในที่สุดก็อยู่ในตัวฉัน ไม่มีใครพรากเขาไปจากฉันได้ ไม่มีใครทำร้ายเขาได้ ไม่มีใคร… เมื่อเสียสิ่งที่รักที่สุดไป คนเราก็สามารถที่จะก้าวข้ามทุกอย่าง ไปทำลายคนที่มาทำร้ายลูกของเราได้เหมือนกัน เป็นอีกเรื่องที่ คอหนังสยองขวัญ ต้องไปหามาดูกัน

Saw the Devil โรคจิตจากความแค้น

Saw-the-Devil

พูดถึงภาพยนตร์แล้ว ส่วนใหญ่เรามักจะนึกถึงภาพยนตร์ที่เล่าถึงเรื่องราวด้านสว่างของมนุษย์ อาจจะมีบ้างที่หยิบความมืดหม่นของจิตใจเอาเล่นกันบ้างหากจะเปรียบเป็นสีก็ประมาณเทาๆสักหน่อย แต่ก็มีหนังอีกกลุ่มหนึ่งที่หยิบเรื่องราวด้านมืดของมนุษย์มาเล่าให้ฟัง เรียกได้ว่าเป็นหนังสีดำของแท้เลย อย่างเช่นหนังที่เราหยิบมาเล่าให้ฟังวันนี้ Saw the Devil

Saw the Devil เล่าถึงเรื่องราวดำมืดของจิตใจมนุษย์ เมื่อตำรวจหนุ่มอนาคตไกลคนหนึ่ง เค้ากำลังจะมีความสุขเนื่องจากภรรยาของเค้ากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆอยู่ แต่แล้วก็เหมือนชะตาเล่นตลก ภรรยาของเค้าได้ถูกฆ่าข่มขืนอย่างทารุณนั่นทำให้ตำรวจหนุ่มรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เค้าพยายามไล่ล่าฆาตกรคนนั้นด้วยตัวเอง เรื่องราวมันคงจะจบถ้าหากจับได้แล้วยัดเข้าซังเตไป แต่มันกลับเป็นอย่างนั้น เพราะตำรวจหนุ่มคนนี้พอจับฆาตกรได้ กลับเอามาทรมาน แล้วก็ปล่อย จากนั้นก็จับมาใหม่ วนลูปอยู่อย่างนี้ จนกว่าจะพอใจ

ความโรคจิตที่มาจากความแค้นทำให้คนที่ดูหนังเรื่องนี้หลอนเข้าไปอีก

หนังเรื่องนี้เมื่อกี้ลืมบอกไปที่หยิบมาเล่าให้ฟังกันวันนี้ เป็นเพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเกาหลี ที่ต้องบอกว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่เราไม่ค่อยเห็นบ่อยนักจากแดนกิมจิ ความโรคจิตของหนังเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่ฆาตกรของเรื่อง แต่อยู่ที่ตำรวจหนุ่มที่เปรียบเสมือนสีขาว ที่กำลังถูกความแค้นเข้าครอบงำ ทำให้ความคิด การกระทำค่อยๆถูกโรคจิตขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับจิตใจได้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำในที่สุด ยิ่งการจับ ปล่อย จับ ปล่อย จนทำให้ฆาตกรต้องหวาดผวากับการจะมาเอาคืนตลอดเวลา ช่างเป็นความโรคจิตที่เกิดจากความแค้นโดยแท้จริง ตรงนี้ต้องขอชมนักแสดงนำที่ถ่ายทอดอารมณ์ ความโรคจิตออกมาได้ดีทีเดียว แววตาที่ดูเย็นชา และยิ้มเยาะให้กับฆาตกรเหมือนกับแมวที่ไล่ตะปบหนูที่ไม่มีทางรอดนี้ บอกเลยดูแล้วเสียวสันหลัง

ฉากเลือดสาดและการทารุณกรรมติดเรท 20+

นอกจากพล็อตที่ทำออกมาได้ โรคจิตดีแล้ว อีกเรื่องที่ทำออกมาได้ดี ต้องเป็นฉากทารุณกรรมที่จัดออกมาแบบจัดเต็มเลย การทำร้ายร่างกาย การล่อลวง การทรมาน การข่มขืน นี่เพียบเลย กรีดร้องกันเกือบทั้งเรื่อง อีกฉากหนึ่งที่มาเยอะในเรื่องนี้ก็คือฉากโป๊ เปลือย ก็มีให้เห็นแบบอล่างฉ่างและแบบหวาบหวิว หลายฉากเหมือนกัน ถือว่านี่เป็นหนังโรคจิตจากเกาหลีที่ขึ้นหิ้งไปอีกเรื่องหนึ่ง ใครชอบแนวสยองขวัญไปหามาดูกัน ตัวหนังยังไม่เก่าเท่าไร เพิ่งออกมาเมื่อปี 2010 เท่านั้นเอง ขอย้ำว่าหนังไม่เหมาะกับเด็ก และสตรีมีครรภ์เป็นอย่างยิ่ง มีฉากรุนแรง และบีบคั้นจิตใจเยอะ

Dead by Daylight รอดหรือตาย ใกล้กันเพียงเส้นผม

deadbydaylightgame

เกมถือว่าเป็นวิทยาการอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการพัฒนาไปเยอะมาก จากภาพ 8 บิต 16 บิตในสมัยก่อน ปัจจุบันพัฒนาไปจนเห็นชัดถึงระดับรูขุมขนกันแล้ว นั่นทำให้วงการเกมมีการสร้างอะไรใหม่ๆมาตลอด จากเกมที่เน้นความสดใส สนุกสนาน ปัจจุบันก็มีการสร้างเกมที่ให้ความรู้สึก ดาร์ค ความรู้สึกด้านมืด จนเราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้ถึงขนาดนั้น ใช่แล้ววันนี้เราจะมาพูดถึงเกม Dead by Daylight

เกม Dead by Daylight เป็นเกมแบบไหน

เกม Dead by Daylight เป็นเกมแนวเอาตัวรอดที่เอาธีมเรื่องของความระทึกขวัญสั่นประสาท มาเป็นจุดขาย อารมณ์ประมาณพวก เจสัน ศุกร์ 13 หรือ เท็กซัส ซินชอร์ ประมาณนั้น เกมถูกพัฒนาในแพล็ตฟอร์มของ PC ออกวางจำหน่ายไปช่วงเดือนมิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าด้วยความดิบ เถื่อน โหด เลือดสาดกระจายที่ไม่เหมือนเกมอื่นในท้องตลาด ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากคอเกมทั้งหลาย

รอดหรือตายใกล้กันเพียงเส้นผม

วิธีการเล่นของเกมนี้ ผู้เล่นจะถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายก็คือ ฝ่ายเหยื่อ และฝ่ายฆาตกร โดยฝ่ายเหยื่อจะต้องใช้ทักษะ(สกิล)ของตัวละครที่เลือกมา ไปเปิดเครื่องปั่นไฟที่อยู่รอบๆพื้นที่ให้ครบแล้วเปิดประตูหนีออกไป ส่วนฝ่ายฆาตกรเองก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็น ตี วางกับดัก หรืออะไรก็ตามเพื่อไม่ให้ผู้เล่นหนีออกไปได้ แล้วไล่จับมาบูชายัญให้หมด ใครที่เล่นเป็นฝ่ายเหยื่อนี่บอกได้เลยว่า รอดหรือตาย ใกล้กันเพียงแค่เส้นผมจริงๆ

จุดเด่นของเกมนี้

จุดเด่นของเกมนี้ นอกจากคอนเซปต์ของเกมจะแตกต่างจากเกมสยองขวัญอื่นๆที่เราสามารถสวมบทบาทเป็นฆาตกรโรคจิตได้แล้ว เอฟเฟกต์ของเกมทำออกมาได้เหมือนจริงมากๆ โดยเฉพาะเรื่องของเสียประกอบที่คนเล่นเป็นเหยื่อ จะได้ยินเสียงหัวใจของฆาตกรด้วยเวลาเข้ามาใกล้ ยังไม่นับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ทำได้ เหมือนเสียจน จิตตกได้เหมือนกัน ส่วนสกิลของตัวละครทั้งสองฝ่ายก็ทำออกมาได้สมดุลดี ภาพประกอบก็เหมือนจริงดี พงหญ้า ตู้ไม้ สิ่งกีดขวาง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเหมือนจริงจนเราคาดไม่ถึงทีเดียว

ข้อควรระวังสำหรับการเล่นเกมนี้

เกมสยองขวัญแบบนี้ ก่อนเลยต้องขอเตือนเรื่องเรตอายุกันสักนิด ใครที่อายุยังไม่ถึง 17-18 ปีก็ขอความร่วมมือว่าอย่าเพิ่งเข้าไปเล่นกัน ส่วนคนที่มีปัญหาเรื่องของหัวใจ หรือ จิตใจไม่พร้อมก็บอกเลย ให้ผ่านไปดีกว่า เนื่องจากเนื้อหาของเกมมันรุนแรง บวกกับน่ากลัวมาก คงไม่ดีแน่ถ้าหากเล่นแล้วเกิดอาการหัวใจวาย เสียชีวิตหน้าจอคอมพิวเตอร์ ส่วนใครที่อายุไม่ถึงกลัวเรื่องการเลียนแบบความรุนแรง ยังไงก็ฝากผู้ปกครองดูกันด้วย ส่วนใครที่อายุถึงแล้ว พร้อมแล้วก็จัดเลย

Chucky ตุ๊กตาผีที่หลอนแบบไม่เหมือนใคร

chuckyhorror

หนังสยองขวัญ หรือ หนังผี ที่เราคุ้นชินกันมากกว่านั้น ถือว่าเป็นภาพยนตร์อีกแบบหนึ่งที่มีคนสร้างออกมาเยอะมาก ยิ่งในต่างประเทศมีหนังผีเกือบจะทุกรูปแบบที่คิดได้แล้ว แต่หนึ่งในหนังผีที่ผู้เขียนยังรู้สึกประทับใจตั้งแต่ภาคแรกจนมาถึงภาคปัจจุบันต้องเป็น เจ้าตุ๊กตาผีที่ชื่อว่า Chucky เชื่อว่าเพื่อนต้องเคยเห็นหน้ามันอย่างแน่นอน

ประวัติความเป็นมาของ ชัคกี้

ประวัติของตุ๊กตาผีตัวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ โจรอำมหิตรายหนึ่งชื่อว่า ชาร์ลส ลี เรย์ โดนตามล่าไล่ยิงจากตำรวจ เค้าหนีหัวซุกหัวซุนจนกระทั่งมาตายที่ร้านขายของเล่น ก่อนตายเขาร่ายคาถาย้ายวิญญาณเพื่อเข้าไปสิงตุ๊กตา จากนั้นตุ๊กตาตัวนั้นก็ถูกครอบครัว

ชัคกี้ มีความสามารถพิเศษอะไร

เจ้าตุ๊กตาชัคกี้นี่ ความสามารถพิเศษของมันคงต้องเป็นเรื่องของเวทมนตร์ที่ติดมาตั้งแต่คราวเป็นจอมโจรโน่นแหละ คิดดูละกันว่า ภาคแรกทำพิธีย้ายวิญญาณตัวเองไปไว้ในตุ๊กตา ภาคสามหาวิธีย้ายวิญญาณตัวเองจากตุ๊กตาไปสู่คน ภาคสี่ย้ายวิญญาณทิฟฟานี่(แฟนของเค้า) ไปสู่ตุ๊กตา ยังไม่นับเรื่องของเครื่องรางอะไรนั่นอีก เห็นไหมว่าเจ้าชัคกี้นี่ไม่ธรรมดาเลยนะ เป็นพ่อมดได้เลยนะเนี่ย อีกอย่างหนึ่งเป็นความสามารถพิเศษของชัคกี้ก็คือการวางแผนการฆ่าอย่างแยบยล ลองนึกภาพสิว่าตุ๊กตาที่ตัวเล็กกว่าและมีพลังร่างกายน้อยกว่า มันจะไปสามารถฆ่าคนที่ตัวใหญ่กว่าตั้งหลายเท่าได้ยังไง แต่ชัคกี้ทำได้ เนื่องจากมันไม่ค่อยโผล่ออกไปไล่ฆ่าตรงๆ มันจะใช้วิธีล่อให้เหยื่อมาติดกับ จนเสียหลักแล้วก็ค่อยโผล่หน้าไป ฉึบเดียว ตาย ยิ่งฉากในโรงงานของภาคที่สองนั้น แสดงความฉลาดของชัคกี้ อย่างแท้จริง เรื่องความอึด ความทนที่ไม่ว่าจะโดนยิง โดนฉีก โดนเผา โดนระเบิดยังไงก็ซ่อมร่างกลับมาใหม่มักเป็นสูตรสำเร็จของหนังพวกนี้อยู่แล้วไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร

จุดเด่นของแฟรนไชส์ชัคกี้

ถ้าจะถามว่าอะไรคือจุดเด่นของ แฟรนไชส์เรื่องชัคกี้ ที่ทำให้มันสามารถยืนหยัดมาได้ยาวนานถึงขนาดนี้คงต้องตอบว่าเป็นเรื่องของโทนภาพยนตร์ที่ แม้ว่าจะเป็นหนังสยองขวัญ หนังผี ที่มีความรุนแรกก็จริง แต่ถ้าใครได้ดูแล้วจะรู้เลยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โอเคฉากไล่ฆ่ากันจนเลือดสาดมีแน่นอน แต่มันก็แฝงไปด้วยมุขตลกตั้งแต่พอได้ยิ้มมุมปาก ตลกร้ายแบบกัดหรือเสียดสีแบบเจ็บๆ หรือแม้แต่ขำก๊ากเลยก็มีเหมือนกัน อันนี้ต้องชื่นชมมือเขียนบทของเค้าด้วย อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้สนุกกว่าที่คิดก็คือทีมพากย์ไทยเรานี่แหละ บางมุขต้องบอกเลยว่า “พี่คิดได้ไงเนี่ย” ถือว่าเป็นหนังผีอีกซีรีย์หนึ่งที่ควรหามาดู

ฮันนิบาล ฆาตกรอันดับ 1 อัจฉริยะ

นักฆ่าสุดอัจฉริยะที่มีความฉลาดเป็นกำกรดจอมวางแผน ซึ่งในวัยเด็กเขาได้สูญเสียพ่อแม่จากสงครามโลกจนเขาได้รับการเลี้ยงดูจากสถานเด็กกำพร้า และได้หนีออกมาจากที่นั้นเพราะโดนรังแกจากพวกเด็กๆ ฮันนิบาลมีน้องที่ยังมีชีวิตที่รอดอยู่ 1 คนชื่อนิชชา ซึงภายหลังถูกจับกินเป็นอาหารจากทหารโซเวียด ซึ่งความปมในใจให้กับตัวเขามาก ฮันการศึกษาจบการแพทย์ทำให้เขามีความฉลาดมาก เป็นคนเงียบๆอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งวันหนึ่งเขาเกิดฉุกคิดอยากจะฆ่าคนขึ้นมา เริ่มวางแผนพรากชีวิตผู้คน และกินเนื้ออย่างโหดเหี้ยมทารุณ

ไมเคิ้ล ไมเออร์ ฆาตกรสุดจิตหลอน

Michael วัยเด็กเขาได้เกิดวางแผนฆ่าพี่สาวตอนอายุ 6 ขวบถูกย้ายไปอยู่โรงพยาบาลบ้าควบคุมจิตใจแต่หมอบอกได้บอกว่าไมเคิ้ล ไม่มีวันรักษาให้เขากลับมาเป็นปกติได้ จนวันหนึ่งเขาได้หลบหนีออกมาจากโรงบาล ได้กลับมาจากบ้านเกิดเพื่อหาไรสนุกๆทำนั้นก็คือฆ่าคนนั้นแหละ พอถึงวัน ฮาโลวีน เมื่อไหล่เตรียมเจอพี่แกไล่สับได้เลย ฆ่าไม่เลือกหน้ามีความถึกอึดทนนอกจากนี้ยังมีความฉลาดครบสูตรไม่เหมือเจสันที่พี่แกไล่ชนอย่างเดียว ไมเออร์เป็นตัวละครที่สร้างความสยองโรคจิตเป็นอย่างมากส่วนมากคนที่ตายจะโดนแทงตอนไม่รู้ตัวเผลอๆเสียวสันหลังกันเลยทีเดียวเป็นตัวละครที่ทุกคนดูแล้วชื่นชอบเป็นอย่างมากด้วยความโรคจิตของเขาทำให้ครองใจแฟนๆไปได้